มี พ่อแม่จำนวนมากมักจะเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อครูที่โรงเรียนบอกว่า ลูกมักจะมีพฤติกรรมพูดโกหก ไม่ชอบพูดความจริง หรือไปที่ไหนใครๆ ก็หาว่าลูกเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ปัญหานี้ถ้ามองให้เป็นเรื่องเล็กก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าพฤติกรรมชอบโกหกจะสามารถสะท้อนถึงอาการป่วยทางจิตของลูกได้ ถ้า เป็นอย่างนี้แล้ว นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ทั่วไปโรงพยาบาลมนารมย์ บอกว่า คงต้องรีบเยียวยา เพราะถ้าหากเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ อนาคตเกิดเป็นดารา นักแสดง นักการเมือง หรือคนมีชื่อเสียง ยังไม่ทิ้งลายชอบเลี้ยงแกะแล้ว ผลกระทบและความเสื่อมเสียอาจเกิดขึ้นกับครอบครัวได้
นพ.กัมปนาทให้ข้อมูลว่า การที่เด็กมีพฤติกรรมชอบโกหกต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ถ้า หากมองในแง่ดี การโกหกอาจเป็นธรรมชาติของเด็ก เพราะโดยพื้นฐานทางจิตใจของเด็กนั้นจะไม่โหดร้ายเหมือนผู้ใหญ่ และการโกหกส่วนใหญ่อาจจะมีเหตุผลบางประการ เช่น เกรงว่าจะถูกทำโทษเมื่อทำผิด หรือต้องการขโมยเงินพ่อแม่เพื่อเอาไปซื้อของเล่นยอดฮิตเหมือนเพื่อนๆ ที่โรงเรียน แต่กลัวพ่อแม่จับได้เลยต้องโกหก ประเภทนี้ต้องพิจารณาถึงสาเหตุว่าเพราะอะไรเด็กถึงไม่ไว้ใจพ่อแม่ ผู้ ปกครอง เมื่อกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมลงไป ส่วนผู้ปกครองเองก็ไม่ควรมานั่งจับผิดหรือมีทัศนคติที่ไม่ดีใส่เด็ก หากปล่อยทิ้งไว้ การสร้างมาตรการลงโทษแบบแก้ไขที่ปลายเหตุมักจะไม่ได้ผล เด็กก็จะถูกมองเป็นเด็กไม่ดีและมองตัวเองด้อยคุณค่าในที่สุด เมื่อเริ่มเป็นวัยรุ่นก็มักจะมีพฤติกรรมที่ร่วมกับการโกหกอีกหลายอย่างจน กลายเป็นเด็กมีปัญหาหรือเด็กที่จะกลายเป็นโจรในอนาคต (conduct disorder) และเติบโตขึ้นมาเป็นโจร (psychopath) ในที่สุด
สำหรับวัยรุ่นเองปัญหาที่มักจะเจอส่วนใหญ่ก็คือการคบเพื่อน การมีกลุ่มเพื่อนที่อาจจะชักจูงกันไปทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยถูกต้องหรือถูกใจ ผู้ปกครองมากนัก ก็พยายามหาวิธีการหลบหลีกด้วยการโกหก บ่อยครั้งที่ผู้ปกครองเองก็จับไม่ได้ และบ่อยครั้งที่ผู้ปกครองเองก็จับได้ด้วย ดังนั้น สิ่งที่จะตามมาก็คือ อาจจะถูกตำหนิดุด่าจนในที่สุดพฤติกรรมเหล่านั้นแทนที่จะหายไป กลับยิ่งถูกส่งเสริมให้รุนแรง ยิ่งหากจากครอบครัวมากขึ้น
จิตแพทย์เล่าว่า เด็ก ที่มีความเจ็บป่วยทางด้านจิตเวช เช่น เด็กที่มีปัญหาเรื่องสติปัญญาบกพร่อง มีปัญหาเรื่องภาษา เด็กที่ป่วยเป็นโรคจิต บางครั้งก็ดูเหมือนว่าจะพูดเรื่องที่ไม่จริงตามความคิดที่เกิดขึ้นในโลกส่วน ตัว จากการที่มีสติปัญญาบกพร่องอยู่ หรือเด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์เช่น โรคซึมเศร้า อาจจะไม่ได้แสดงออกทางอารมณ์ แต่มาแสดงออกทางพฤติกรรมเช่น พูดโกหก หนีเรียน ลักขโมย เป็นต้น ก็สามารถพบเห็นได้บ่อยในบ้านและโรงเรียน
1.พ่อแม่ควรสร้างความไว้วางใจกับลูก เพื่อเวลาที่ลูกทำผิดหรือทำสิ่งไม่ดีลงไป ลูกจะได้ปรึกษา แทนที่ลูกจะกลัวความผิดและใช้วิธีการโกหก
2.ไม่ควรตำหนิ หรือดุด่าลูกเมื่อลูกทำความผิด ควร ใช้เหตุผลพูดคุยกัน เพราะบางทีการที่เด็กถูกตำหนิดุด่าอาจจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมชอบโกหก และบางครั้งพฤติกรรมเหล่านั้นก็อาจจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
3.ไม่ควรจับผิดลูกมากจนเกินไป เพราะ จะทำให้ลูกรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษ เช่น บางครั้งลูกกลับบ้านดึก แม่ก็คอยซักถาม จับผิดว่าลูกไปไหน ไปทำอะไร ซึ่งบางทีลูกอาจแค่ไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อน แต่การที่พ่อแม่ซักถามเหมือนไม่ไว้ใจลูก และไต่สวนเหมือนเป็นผู้กระทำความผิด เด็กก็อาจจะใช้วิธีการโกหก เพื่อให้พ่อแม่หยุดซักถามหรือหลบหลีกด้วยการโกหก
4.ควรหลีกเลี่ยงการลงโทษเมื่อลูกทำผิดหรือจับโกหกได้ เพราะยังมีทางออกที่ดีกว่าวิธีการลงโทษ ควรจะพูดจาเพื่อทำความเข้าใจ เพราะการลงโทษเป็นการหามาตรการแก้ไขที่ปลายเหตุ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอาจเกิดจากเหตุผลบางประการของลูก ซึ่งจะต้องทำการพูดคุยกัน แต่ถ้าหากเด็กทำผิดแล้ว กลัวการถูกทำโทษ เด็กอาจใช้วิธีการโกหกเพื่อให้พ้นความผิดก็ได้ หากปล่อยไว้นานๆ ก็จะเริ่มติดเป็นนิสัยไปจนโต
5.พยายามสังเกตว่าลูกมีอาการป่วยทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า บกพร่องทางสติปัญญา หรือมีปัญหาเรื่องภาษา ควรทำความเข้าใจกับเด็กเหล่านี้ ว่าบางที่การที่เด็กโกหกอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพียงเพราะพวกเขาป่วย ทางที่ดีควรจะรีบพบจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการทางจิตเหล่านี้ เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อเด็ก เช่น คิดฆ่าตัวตาย เป็นต้น
ดูรายละเอียดที่ www.manarom.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น